มาร์ติน คีโอว์น จวก ลิซานโดร มาร์ติเนซ พลาดแทบทุกเกม! ชี้ต้นเหตุส่วนหนึ่งมาจากการคุมทีมของไมเคิล คาร์ริค
มาร์ติน คีโอว์น ตำนานกองหลังอาร์เซนอล ออกมาวิจารณ์ ลิซานโดร มาร์ติเนซ แนวรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างหนัก โดยมองว่ากองหลังทีมชาติอาร์เจนตินาก่อความผิดพลาดแทบทุกเกม พร้อมโยนความรับผิดชอบบางส่วนไปถึง ไมเคิล คาร์ริค และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเกมรับของทีมได้
มาร์ติเนซเพิ่งเจอกับวันที่ไม่น่าจดจำในเกมพรีเมียร์ลีกที่แมนฯ ยูไนเต็ดบุกแพ้เชลซี 0-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 63 จากการได้รับใบเหลืองที่สอง ส่งผลให้ทีมปีศาจแดงต้องเผชิญสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้น
นอกจากนี้ ความพ่ายแพ้ดังกล่าวยังทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดไม่ชนะใครติดต่อกันเป็นเกมที่ 9 ในทุกรายการ และปัจจุบันรั้งอันดับเหนือโซนตกชั้นพรีเมียร์ลีกเพียงอันดับเดียวเท่านั้น โดยมีผลต่างประตูได้เสียเป็นตัวตัดสิน
คีโอว์นมองว่า มาร์ติเนซไม่ได้มีปัญหาเฉพาะจังหวะโดนไล่ออกเท่านั้น แต่ยังมีส่วนรับผิดชอบต่อประตูแรกที่เสียให้เชลซี ซึ่งเป็นจังหวะที่ มอร์แกน โรเจอร์ส ลากบอลเข้าไปยิงได้อย่างยอดเยี่ยม
อดีตกองหลังอาร์เซนอลให้สัมภาษณ์ผ่าน talkSPORT โดยระบุว่า ทุกอย่างที่สามารถผิดพลาดได้กำลังเกิดขึ้นกับแมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมชี้ว่า มาร์ติเนซเป็นนักเตะคนสำคัญที่ทำผิดพลาดแทบทุกเกม
คีโอว์นชี้ คาร์ริคต้องรับผิดชอบปัญหาเกมรับ
อดีตแนวรับทีมชาติอังกฤษยังมองว่า จังหวะเสียประตูให้โรเจอร์สสะท้อนถึงปัญหาการสั่งการและการฝึกซ้อมของทีมอย่างชัดเจน โดยหากเป็นแนวรับอาร์เซนอลชุดที่เขาเคยลงเล่นด้วย นักเตะในแผงหลังจะต้องรีบขยับเข้าหาผู้เล่นที่ครองบอลทันที ไม่ใช่ถอยหนีหรือปล่อยให้คู่แข่งมีพื้นที่เล่น
คีโอว์นเน้นย้ำว่า ผู้เล่นที่ครองบอลคือคนที่แนวรับต้องให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะหากปล่อยให้โรเจอร์สพาบอลเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างอิสระ ก็มีโอกาสสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับทั้งแผง
เขามองว่ามาร์ติเนซต้องขยับขึ้นไปกดดันโรเจอร์ส ขณะที่แฮร์รี่ แม็กไกวร์ก็จำเป็นต้องดันแนวรับขึ้นมาช่วยปิดพื้นที่เช่นกัน
คำวิจารณ์ครั้งนี้จึงไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ความผิดพลาดของนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่ยังตั้งคำถามถึงการทำงานของคาร์ริคและทีมสตาฟฟ์โค้ช ที่ยังไม่สามารถจัดระเบียบเกมรับให้มีประสิทธิภาพได้
สถานการณ์ของแมนฯ ยูไนเต็ดกำลังน่าเป็นห่วงอย่างหนัก ทั้งผลงานที่ย่ำแย่ ความผิดพลาดส่วนบุคคล และปัญหาในระบบการเล่น ซึ่งคาร์ริคจำเป็นต้องเร่งหาทางแก้ไข ก่อนที่วิกฤตในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดจะยิ่งบานปลายไปมากกว่านี้




