แมนฯ ยูไนเต็ดอาจเปลี่ยนมือครั้งใหญ่ในปี 2029! เมื่อมีรายงานว่า เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ อาจใช้เงื่อนไขทางการเงินเพื่อเข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจากตระกูลเกลเซอร์ และก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของสโมสร ท่ามกลางความสนใจจากกลุ่มทุนในตะวันออกกลางที่เริ่มสอบถามความเป็นไปได้ในการเทคโอเวอร์เช่นกัน
แรตคลิฟฟ์และ INEOS เข้ามาถือหุ้น 27.7 เปอร์เซ็นต์ของแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 พร้อมรับหน้าที่ดูแลการดำเนินงานด้านฟุตบอล แต่ตลอดช่วงที่ผ่านมา ผลงานในสนามยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่มาตรการลดต้นทุนและการปลดพนักงานเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ของสโมสร ก็ทำให้มหาเศรษฐีชาวอังกฤษถูกแฟนบอลวิจารณ์อย่างหนัก
เบน เจค็อบส์ นักข่าวชื่อดัง เปิดเผยว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีอย่างน้อยสองกลุ่มทุนจากตะวันออกกลางสอบถามเกี่ยวกับการซื้อกิจการแมนฯ ยูไนเต็ด โดยมีความสนใจจากนักลงทุนในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงกลุ่มทุนจากบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างไรก็ตาม ฝั่งซาอุฯ ยังเป็นเพียงความสนใจในวงกว้าง ส่วนกลุ่มจาก UAE มีความเป็นรูปธรรมมากกว่า แต่ยังไม่มีการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน รายงานจาก The Daily Telegraph ระบุว่า เงื่อนไขเงินกู้ก้อนใหม่มูลค่า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 411 ล้านปอนด์ ซึ่งแมนฯ ยูไนเต็ดทำข้อตกลงรีไฟแนนซ์เมื่อเดือนมิถุนายน อาจเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดทางให้แรตคลิฟฟ์เข้าซื้อหุ้นจากตระกูลเกลเซอร์เพิ่มเติมในปี 2029
ประเด็นสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขที่เรียกว่า “Stadium Event” ซึ่งหมายถึงการระดมทุนเพื่อสร้างสนามแห่งใหม่หรือปรับปรุงโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมหรือการเพิ่มทุนจากนักลงทุน โดยเงื่อนไขดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้สโมสรชำระคืนเงินกู้ 550 ล้านดอลลาร์ได้เต็มมูลค่าโดยไม่ต้องเสียค่าปรับจากการชำระก่อนกำหนด แต่จะทำได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2029 เป็นต้นไป
หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างเจ้าของแมนฯ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ตามเงื่อนไขทางการเงิน ไม่ใช่การยืนยันว่าแรตคลิฟฟ์หรือนักลงทุนรายใดจะเข้าซื้อสโมสรอย่างแน่นอน




