อนาคตของ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวอาจต้องตกงาน หากสโมสรตัดสินใจปลด ไมเคิล คาร์ริค ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมก่อนจบฤดูกาลนี้ ท่ามกลางวิกฤตผลงานและเสียงวิจารณ์เรื่องการเสริมทัพที่ยังไม่ตอบโจทย์
ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งพ่ายบอร์นมัธ 0-3 ทำให้ทีมไม่ชนะติดต่อกัน 8 นัดในทุกรายการ จนผู้บริหารต้องเปิดการหารือฉุกเฉินเกี่ยวกับอนาคตของคาร์ริค อย่างไรก็ตาม สโมสรตัดสินใจให้กุนซือรายนี้ทำหน้าที่ต่อไป หลังยังไม่มั่นใจในตัวเลือกที่จะเข้ามารับช่วงต่อ
รายงานจาก BBC Sport ระบุว่า แหล่งข่าวใกล้ชิดสโมสรเชื่อว่า วิลค็อกซ์อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ยาก หากแมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นครั้งที่สามในรอบสามฤดูกาล แม้จะมีเสียงเห็นใจว่าเขาไม่ได้เป็นผู้กำหนดงบประมาณเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ด้วยตัวเองก็ตาม
ขณะเดียวกัน เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ก็ถูกพูดถึงในประเด็นนี้เช่นกัน เนื่องจากมีการลงทุนสนับสนุนสโมสรเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่เข้ามาดูแลฝ่ายฟุตบอลเมื่อต้นปี 2024 แต่ผลงานการสรรหานักเตะยังถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับทีมอย่างเบรนท์ฟอร์ดและไบรท์ตันที่สามารถค้นหานักเตะคุณภาพได้โดยไม่ต้องทุ่มเงินมหาศาล
ด้าน ไบรอัน คิง อดีตแมวมองของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, เอฟเวอร์ตัน และแอสตัน วิลล่า ออกมาวิจารณ์อย่างดุเดือด โดยมองว่าทั้งนักเตะและทีมสรรหาของแมนฯ ยูไนเต็ด กำลังทำให้คาร์ริคต้องเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก
คิงชี้ว่า ทีมมีนักเตะค่าตัวสูงแต่กลับไม่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลงสนาม พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อการสร้างทีม รวมถึงวิลค็อกซ์และทีมงานสรรหานักเตะ ต้องถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง
สถานการณ์จึงไม่ได้กดดันเฉพาะคาร์ริคเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงฝ่ายบริหารและโครงสร้างการทำทีมของปีศาจแดงด้วย หากผลงานยังไม่กระเตื้อง การเปลี่ยนแปลงครั้งต่อไปอาจไม่ได้จบลงแค่เก้าอี้กุนซือ




