แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเผชิญกับค่ำคืนอันเลวร้ายในเวทียุโรป หลังบุกพ่าย โคโม่ แบบหมดสภาพ 1-4 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จนทำให้อนาคตของ ไมเคิล แคร์ริก เฮดโค้ชของทีม ตกอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม ขณะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีม กลับออกมาให้สัมภาษณ์ที่ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับกุนซือรายนี้
หลังจบเกม แคร์ริกเดินข้ามสนามพร้อมยกมือแสดงความผิดหวังซ้ำ ๆ ก่อนกล่าวขอโทษแฟนบอลปีศาจแดงประมาณ 700 คนที่เดินทางมาเชียร์ถึงสนาม แม้ภาพดังกล่าวจะสะท้อนถึงความเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้ แต่ก็ทำให้หลายคนนึกถึงเหตุการณ์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ หลังแมนฯ ยูไนเต็ดแพ้วัตฟอร์ด 1-4 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 ซึ่งท้ายที่สุดเขาถูกปลดจากตำแหน่งในวันถัดมา
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากกว่าผลการแข่งขัน คือคำพูดของแฟร์นันด์ส ซึ่งเป็นนักเตะที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้าใจเกมและรายละเอียดด้านแท็กติก โดยกัปตันทีมชาวโปรตุเกสกล่าวกับ TNT Sports ว่า การตัดสินใจไม่เพรสซิ่งแบบตัวต่อตัว และเลือกเปิดพื้นที่ด้านหลังเพื่อพยายามแย่งบอล เป็นแนวทางที่ทีมงานโค้ชเลือกใช้ แต่การปล่อยให้คู่แข่งมีพื้นที่ก็อาจทำให้พวกเขาเล่นได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
เมื่อถูกถามตรง ๆ ว่าแคร์ริกวางแท็กติกผิดพลาดหรือไม่ แฟร์นันด์สตอบว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการทีมและทีมงานที่จะต้องพิจารณา พร้อมย้ำว่าบางครั้งทีมจำเป็นต้องกล้าเสี่ยงมากขึ้นภายใต้แรงกดดัน ด้วยการดันขึ้นเพรสซิ่งสูงเพื่อทำให้คู่แข่งเล่นได้ยากกว่าเดิม
คำพูดดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณตั้งคำถามต่อแนวทางการทำทีมของแคร์ริก แม้แฟร์นันด์สจะไม่ได้กล่าวตำหนิกุนซือโดยตรงก็ตาม
ด้านแคร์ริก เมื่อได้รับทราบคำสัมภาษณ์ของลูกทีมระหว่างการแถลงข่าวหลังเกม ก็ไม่ได้ตอบโต้ในรายละเอียดมากนัก แต่เลือกชี้ให้เห็นถึงปัญหาพื้นฐานของทีม โดยกล่าวว่า ไม่ว่าจะใช้ระบบหรือแท็กติกแบบใด หากนักเตะไม่วิ่ง ไม่วิ่งไล่ไปข้างหน้า และไม่วิ่งกลับมาช่วยเกมรับ ทีมก็ไม่มีทางคว้าชัยชนะได้
ความพ่ายแพ้ต่อโคโม่จึงไม่ได้สร้างความเสียหายให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพียงแค่ในสนาม แต่ยังเปิดประเด็นความไม่ลงตัวระหว่างแนวทางของกุนซือกับมุมมองของผู้เล่นคนสำคัญอย่างแฟร์นันด์สอีกด้วย




