ฟุตบอลโลก 2018รอบก่อนรองฯ คู่สุดท้ายเป็นการดวลกันระหว่าง รัสเซีย เจ้าภาพ กับ โครเอเชีย ม้ามืดของรายการ

เริ่มเกม รัสเซีย ทีมเจ้าภาพเดินหน้าบุก และรัสเซีย ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 31 จากจังหวะที่ เชอรีเชฟ เล่นชิ่งกับ ซิวบา ก่อนยิงด้วยซ้ายส่งบอลโค้งๆ จากระยะ 20 หลา เสียบใต้คานอย่างสวยงาม
และในนาทีที่ 40 โครเอเชีย กลับมาสู่เกมได้ หลังได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ มาริโอ มานด์ซูคิช หลุดเข้าไปเปิดบอลเข้ากลางให้ อันเดรย์ ครามาริช ก้มโขกเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด จบ 45 นาทีแรก รัสเซีย เสมอ โครเอเชีย 1-1

เริ่มครึ่งหลัง โครเอเชีย มีโอกาสทองที่จะได้ประตูพลิกนำ เมื่อ อีวาน เปริซิช ได้ยิงเน้นๆ จากระยะแค่ 8 หลา แต่บอลกลับชนเสาและกลิ้งผ่านหน้าประตูอย่างน่าเสียดาย ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝ่ายใดทำประตูกันได้ จบเกม 90 นาที เสมอกัน 1-1 ทำให้เกมการแข่งขันต้องมีการต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที
ช่วงต่อเวลา นาทีที่ 101 โครเอเชีย มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะได้ลูกเตะมุมที่ ลูก้า โมดริช เปิดเข้ามาให้ โดมากอย วิด้า โขกเข้าไป 2-1 จบครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ
และในที่สุดนาทีที่ 115 รัสเซีย ตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จ จากจังหวะได้ลูกฟรีคิกที่ อลัน ซาโกเยฟ เปิดเข้ามาเน้นๆ ให้ มาริโอ แฟร์นานเดส โขกเข้าไปตุงตาข่าย และจบเกม 120 นาที รัสเซีย เสมอ โครเอเชีย 2-2 ต้องไปตัดสินหาผู้ชนะในการดวลลูกจุดโทษ โครเอเชีย ชนะดวลจุดโทษ 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ไปชนกับ อังกฤษ วันพุธที่ 11 กรกฎาคมนี้


youtube:FIFATV

loading...