เกมแข่งขันนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม เอเชียน คัพ 2019  ทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ ศึกเอเชียน คัพ ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี ด้วยการเสมอกับเจ้าภาพยูเออี พร้อมจบด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่มเอ

ทีมชาติไทย ลงสนามศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 ด้วยการประเดิมนัดแรกแพ้อินเดีย 1-4 และมีการปลดกุนซือมิโลวาน ราเยวัช ตั้งโค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอนขัดตาทัพ และประเดิมคุมทีมด้วยการชนะ บาห์เรน 1-0 ทำให้มี 3 คะแนน

โดยในเกมนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หมดสิทธิ์ใช้งาน พรรษา เหมวิบูลย์ ที่ติดโทษแบน ทำให้เป็นโอกาสของ มิก้า ชูนวลศรี ที่ลงมาคุมแนวรับแทน

เริ่มเกมมาแค่เจ็ดนาทีกลายเป็น ยูเออี ที่มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ อิสมาอิล อัล ฮัมมาดี้ ได้หลุดเดี่ยวก่อนยิงไปชนคานกระเด้งมาเข้าทาง อาลี มับคุต ซ้ำเข้าไปให้ เจ้าภาพนำก่อน 1-0

นาที 30 ก็ได้รับข่าวร้ายหลัง มิก้า ชูนวลศรี เจ็บและเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ลงไปเล่นแทน

นาที 41 ไทยมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยกบอลให้ ธีรศิลป์ แดงดา ดีดบอลต่อให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ยิงเข้าไปให้ สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 พักครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง นาที 64 ไทยเปลี่ยนตัวคนที่สอง ด้วยการส่ง ศุภชัย ใจเด็ด ลงไปเล่นแทน อดิศักดิ์ ไกรษร

นาที 75 ยูเออี มาได้ลุ้นจากฟรีคิกที่ คอลฟาน อัลชามซี เปิดให้ อาเหม็ด คอลิล ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาโหม่งแต่บอลข้ามคาน

นาที 80 ยูเออีมาได้ลุ้นจากฟรีคิกที่ สุพรรณ ทองสงค์ ไปทำฟาวล์ และโดนใบเหลืองทำให้หมดสิทธิ์ลงสนามในเกมหน้าหากทีมเข้ารอบ และเป็น อาเหม็ด คอลิล ที่ปั่นด้วยขวาข้ามคานออกไป

นาที 90 ไทยเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายด้วยการส่ง ปกเกล้า อนันต์ ลงมาเล่นแทน ธนบูรณ์ เกษารัตน์

จบเกม ไทย เสมอ ยูเออี ไป 1-1 ส่วนผลอีกคู่ในสายเดียวกัน อินเดีย แพ้ บาห์เรน 0-1 ทำให้ ยูเออี ได้แชมป์กลุ่ม มี 5 แต้ม และ ไทย มี 4 แต้มเท่า บาห์เรน ได้รองแชมป์กลุ่ม เพราะเฮดทูเฮดดีกว่า ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์แบบอัตโนมัติทันที ซึ่งถือเป็นการผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1972 หรือ 47 ปี ที่ไทยเป็นเจ้าภาพและคว้าอันดับ 3

ทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ไปพบกับ รองแชมป์กลุ่ม ซี ซึ่งจะวัดกันระหว่าง เกาหลีใต้ กับ จีน โดยจะแข่งขันกันที่ สนาม ฮัซซ่า บิน ซายิด ในวันที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 21.00 น.

 

 

PHOTO:ช้างศึก

loading...