โดยศึกฟุตบอลไทยลีก 2018 เป็นการลงสนามดวลแข้งนัดที่ 30 ของฤดูกาล เกมบิ๊กแมตช์ ระหว่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดเอสซีจี สเตเดียม รับการมาเยือนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2561 แข่งขันเวลา 19.00น. ช่องทรูโฟร์ยู และทรูสปอร์ต เอชดี 2 ถ่ายทอดสด

ซึ่ง”ขุนพลกิเลนผยอง”คัมแบ็คกลับมาชนะได้สามนัดรวด ล่าสุดบุกไปชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ถึงถิ่น 2-1 จากการเหมาคนเดียว 2 ประตูของ  แจ็คสัน โคเอลโญ่ ทำให้เวลานี้พวกเขารั้งอันดับ 3 ของตาราง มี 54 แต้ม จาก 29 นัด นำหน้าอันดับ 4 การท่าเรือ เอฟซี อยู่ 5 คะแนน ทีมเมืองทองฯ หวังจบฤดูกาลที่อันดับ 3 ให้ได้ และรอลุ้นให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ไปครอง พวกเขาจะได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย หรือเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ ฤดูกาลหน้าทันที

ทางด้าน ชัยกร ชมชื่น ผู้ช่วยผู้จัดการทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวว่า “เกมนี้เราได้ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา พ้นโทษแบน ทำให้มีตัวเลือกในแนวรับมากขึ้น ส่วนในตำแหน่งอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทุกคนพร้อมทำหน้าที่หมด ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บในตอนนี้ มีผู้เล่นให้โค้ชได้เลือกใช้ได้ทุกตำแหน่ง”

 

“ส่วน แจ็คสัน โคเอลโญ่ เขากำลังมีความมั่นใจมากขึ้น 3 นัดหลังสุดสามารถทำประตูได้ตลอด ส่วนของ เฮแบร์ตี้ เฟร์นานเดส ทุกเเมตช์ที่ลงเล่นแม้เขาจะไม่สามารถทำประตูได้ทุกนัด แต่ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเกมที่เราจะขาดไม่ได้ และเขาก็มุ่งมั่นเต็มที่ในทุกๆเกม”

 

“เราโฟกัสทุกแมตซ์อยู่แล้ว ในช่วงโค้งสุดท้ายเราจะพยายามเก็บชัยชนะให้ได้ทุกนัด และในนัดที่เจอกับบุรีรัมย์ เราจะเน้นเป็นพิเศษ เราต้องรักษาอันดับ 3 ให้ได้ในฤดูกาลนี้เพื่อโควต้าไปเล่นฟุตบอลเอเชีย และคงต้องลุ้นให้ บุรีรัมย์ คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ให้ได้”

 

“ในส่วนของโค้ช ผมคิดว่าเขาน่าจะมีประสบการณ์จากเลกเเรกมาแล้ว ในนัดที่เจอกับบุรีรัมย์ อีกอย่างเขาน่าจะได้เรียนรู้บอลไทยมาแล้วระยะหนึ่ง เขาอาจจะมีแผนและรูปแบบเพื่อรับมือกับทางบุรีรัมย์ รวมทั้งเกมนี้เราเล่นในบ้านน่าจะทำออกมาได้ดีกว่าในนัดแรกที่ไปเยือนพวกเขาแน่นอน”

สำหรับสถิติการเจอกันมา 3 นัดติดต่อกัน แต่การเล่นที่เอสซีจี สเตเดียม 3 นัดหลังสุดในเกมลีก เมืองทอง ไม่แพ้ บุรีรัมย์ฯ ชนะ 1 นัด เสมอ 2 นัด อย่างไรก็ตามผลการแข่งขันในเกมแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านไล่ถล่ม  เมืองทอง ยูไนเต็ด 4-0 ซึ่งเกมนั้นเป็นการประเดิมคุมทีมในไทยลีกเป็นครั้งแรกของ ราโดวาน เคอร์ซิช เฮดโค้ชทีม

Photo: Muangthong United FC.

loading...