โดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในวัย 25 ปี กลายเป็นตัวหลักของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในฤดูกาลที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ซัดไป 9 ประตู พาทีมจบอันดับ 4 ของฤดูกาล แม้จะชวดไปเล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2019 แต่ช่วยให้ทีมจบอันดับดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรเลยทีเดียว เจ ชนาธิป ยังคงครองใจแฟนสโมสรไว้อย่างเหนียวแน่น ได้รับการโหวตมาเป็นอันอับ 1 ได้รับ 2,065 คะแนน จากทั้งหมด 3,293 คะแนน

ทางด้าน “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ฝ่ายพัฒนาเทคนิค กล่าวว่า “นับเป็นปีที่ดีของชนาธิปที่สามารถแสดงฝีเท้าให้แฟนบอลรวมถึงเพื่อนร่วมทีมได้เห็นและรับรู้ว่ามีศักยภาพแค่ไหน แต่ยังอยากเตือนให้ดาวเตะทีมชาติไทยต้องพัฒนาตัวเองพร้อมกับมองถึงอนาคตที่ใหญ่กว่า”

“การที่ชนาธิปเป็นคนอัธยาศัยดีเข้ากับคนทั่วไปได้ง่ายทำให้เพื่อนร่วมทีมยอมรับได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การปฏิสัมพันธ์กับแฟนบอลซัปโปโร ชนาธิปถือว่าทำได้ดีมาก ประกอบกับผลงานในสนามแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพจึงไม่แปลกที่จะได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสร”

“แต่กระนั้นฤดูกาล 2019 จะเป็นปีที่ชนาธิป ต้องเค้นศักยภาพของตัวเองให้มากกว่านี้ เพราะทั้งเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลจะคาดหวังสูงแน่นอน โดยส่วนตัวเชื่อว่าชนาธิป สามารถทำได้ดีและจะดีขึ้นกว่าซีซั่นที่ผ่านมา แต่ฟุตบอลเจลีก มีการเปลี่ยนแปลงแต่ละฤดูกาลเยอะมากทีมที่ได้แชมป์ปีนี้ ปีหน้าอาจตกชั้นได้ หรือแม้แต่ทีมเพิ่งเลื่อนชั้นสามารถก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้เช่นกัน ดังนั้นปีหน้าจะเป็นซีซั่นที่หนักของชนาธิปอย่างแน่นอน”

“เหนืออื่นใดผมอยากแนะนำให้ชนาธิป มองไปให้ไกลกว่าเดิมอาจจะมองถึงการย้ายออกไปเล่นกับทีมที่ใหญ่กว่า หรือลีกอาชีพที่ใหญ่กว่าอย่างเช่นลีกยุโรป เพราะอายุยังน้อยและเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นจริงจังกับอาชีพนักกีฬาฟุตบอล ผมเชื่อว่าหากชนาธิปตั้งใจจริงสามารถก้าวไปไกลกว่าการเล่นลีกญี่ปุ่นแน่นอน”

“ส่วนนักเตะไทยที่มีโอกาสไปเล่นญี่ปุ่นตามรอยทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา ธีราทร บุญมาทัน และชนาธิปผมบอกได้เลยว่ามีโอกาสเพราะตอนนี้มีหลายสโมสรแจ้งความประสงค์ต้องการนักฟุตบอลไทยไปร่วมทีมหลายคน โดยแต่ละสโมสรชี้เฉพาะเจาะจงมาเลยว่าอยากได้ใคร แต่ผมคงพูดหรือบอกอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ต้องรอให้ทั้งสโมสรที่ต้องการรวมถึงต้นสังกัดของนักเตะเจรจากันเอง”

“แต่ไม่ใช่ว่าสโมสรไม่ต้องการตัวแล้วนักเตะคนอื่นจะไม่มีโอกาส เพราะลีกญี่ปุ่นเมื่อจบลีก รวมถึงฟุตบอลถ้วย (เอ็มเพอร์เรอร์คัพ) จะมีการจัดงานอีเวนต์ใหญ่ให้นักเตะที่แต่ละทีมปล่อยตัว รวมถึงนักเตะจากระดับมหาวิทยาลัย และผู้เล่นจากชาติอื่นได้มีโอกาสแสดงฝีเท้าด้วยการจัดแมตช์แข่งขัน 2 วัน นักเตะไทยสามารถแจ้งความต้องการเพื่อลงเล่นแมตช์ดังกล่าวได้ ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้จะมีโค้ชจากแต่ละทีมมาดูหากใครทำผลงานได้ดีมีโอกาสสูงที่จะได้เซ็นสัญญา ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสดีมากหากใครคิดจะไปทดสอบฝีเท้า”

“ทั้งนี้ผมต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าแม้คุณจะทำผลงานได้ดีในสนามไม่ได้การันตีว่าโค้ชจะเลือก เพราะเมื่อก่อนกว่าผมจะได้ไปเล่นในลีกญี่ปุ่น ผมเพิ่งทราบว่าโดนแมวมองของไกนาเร โทตโตริ ตามดูชีวิตประจำวันผมเป็นเวลาร่วมเดือน ถ้าคุณเก่งในสนามแต่ว่าอุปนิสัยใจคอ การใช้ชีวิตประจำไม่เป็นมืออาชีพเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รับการยอมรับ”

Photo: Fair. j.league(เจลีก-ลีกฟุตบอลอาชีพแห่งประเทศญี่ปุ่น)

loading...