การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เบลเยี่ยม อันดับ 1 กลุ่มจี ที่ชนะมา 3 นัดรวด พบ ญี่ปุ่น อันดับ 2 กลุ่มเอช

10 นาทีแรก ญี่ปุ่น เป็นฝ่ายครองบอลตั้งเกมและหาช่องโจมตี เบลเยี่ยม ได้อย่างน่าลุ้น จากนั้นเมื่อเบลเยี่ยม ตั้งเกมของตัวเองได้ กลับเป็นฝ่ายขึงเกมรุก โหมบุกแทบจะฝั่งเดียว และเกือบได้ประตูขึ้นนำหลายจังหวะ ขณะที่ญี่ปุ่นที่ทำได้เพียงตั้งรับและรอสวนกลับ จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอ 0-0

ครึ่งหลังเริ่มได้เพียง 3 นาที แฟนญี่ปุ่นได้เฮกันลั่น เมื่อ กาคุ ชิบาซากิ จ่ายคิลเลอร์พาส ตัดหลัง แยน แฟร์ตองเกน ให้ เก็นกิ ฮารางุจิ หลุดเข้าไปยิงผ่านตัว ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เป็นประตูเซอร์ไพรส์ให้ญี่ปุ่น ขึ้นนำ เบลเยี่ยม 1-0 และถัดมาเพียง 4 นาที ทากาชิ อินุอิ ได้โอกาสตะบันด้วยขวานอกกรอบ เสียบเสาอย่างสวยงามให้ ญี่ปุ่น หนีห่างเป็น 2-0

เบลเยี่ยม ยิ่งโหมบุกหนักและมาได้ประตูตีไข่แตก 1-2 จากลูกโหม่งย้อยๆไปเสาสองของ แยน แฟร์ตองเกน ในนาที 69 จากนั้นเกมเบลเยี่ยมดีขึ้นเรื่อยๆ ขึงเกมบุกใส่ญี่ปุ่น จนนาที 74 มารูยาน เฟลไลนี ที่ถูกเปลี่ยนลงมาแทน ดรีส เมอร์เทนส์ นาที 65 ก็โขกพังประตูให้เบลเยี่ยมตามตีเสมอได้เป็น 2-2

ช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย ญี่ปุ่นเตะมุมมาเข้ามือ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ก่อนจะออกบอลเร็วให้สวนกลับทันควัน เควิน เดอ บรอยน์ จ่าย โทมาส์ มูนิเยร์ หลุดไปทางกราบขวา ก่อนปาดเข้ากลางถึงเสาสอง นาเซอร์ ชาดลี วิ่งมาแปเป็นประตูชัยให้เบลเยี่ยม พลิกแซงชนะ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีม

youtube:Legendary Official

loading...